เทคนิคทำข้อสอบคณิต ม.1 — 10 วิธีเพิ่มคะแนนที่ได้ผลจริง
การสอบเข้า ม.1 โรงเรียนดัง วิชาคณิตศาสตร์มักเป็นตัวชี้ขาดที่ทำให้คะแนนรวมต่างกันอย่างชัดเจน เด็กที่เก่งคณิตพอ ๆ กันอาจได้คะแนนต่างกันหลายสิบคะแนน เพียงเพราะคนหนึ่งมีเทคนิคในการทำข้อสอบที่ดีกว่า
บทความนี้รวม 10 เทคนิคที่ได้ผลจริงในสนามสอบ ไม่ใช่ทฤษฎีลอย ๆ แต่เป็นวิธีที่นักเรียนที่สอบติดโรงเรียนชั้นนำใช้กันจริง ลองนำไปฝึกใช้ตั้งแต่วันนี้
1. จัดการเวลาให้เป็น ก่อนเริ่มทำข้อเดียว
เทคนิคข้อแรกและสำคัญที่สุดคือการจัดการเวลา พอได้กระดาษข้อสอบ อย่ารีบลงมือทำทันที ใช้เวลา 1-2 นาทีแรกไล่ดูข้อสอบทั้งหมดก่อน นับจำนวนข้อ ดูคร่าว ๆ ว่ามีโจทย์แบบไหนบ้าง แล้วคำนวณว่าแต่ละข้อมีเวลาเฉลี่ยกี่นาที
ตัวอย่างเช่น ถ้ามี 30 ข้อ เวลา 60 นาที แปลว่ามีเวลาข้อละ 2 นาที แต่ในความเป็นจริง ข้อง่ายอาจใช้เวลาแค่ 30 วินาที ขณะที่ข้อยากอาจต้องใช้ 4-5 นาที กลยุทธ์ที่ดีคือทำข้อง่ายให้เร็ว เก็บเวลาไว้สำหรับข้อยาก
ตั้งจุดเช็คเวลาไว้ในใจ เช่น ผ่านไป 20 นาที ควรทำเสร็จอย่างน้อย 10 ข้อ ถ้าช้ากว่านี้ ต้องเร่งจังหวะ
2. อ่านโจทย์ให้ครบทุกตัวอักษร อย่าอ่านข้าม
ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.1 มักมีคำสำคัญที่ซ่อนอยู่ในโจทย์ คำเช่น “อย่างน้อย” “มากที่สุด” “ยกเว้น” “ไม่ใช่” หรือ “ทั้งหมด” ทำให้ความหมายของคำถามเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เด็กจำนวนมากเสียคะแนนไม่ใช่เพราะคิดไม่ได้ แต่เพราะอ่านโจทย์ไม่ครบ เช่น โจทย์ถามว่า “ข้อใดไม่ถูกต้อง” แต่ไปเลือกข้อที่ถูกต้องแทน หรือโจทย์ให้หา “จำนวนเต็มบวก” แต่ไปใส่จำนวนเต็มลบ
เทคนิคง่าย ๆ คือขีดเส้นใต้คำสำคัญในโจทย์ทุกครั้ง พอขีดเส้นใต้แล้ว สมองจะจดจ่อกับเงื่อนไขที่สำคัญมากขึ้น วิธีนี้ลดข้อผิดพลาดจากการอ่านข้ามได้อย่างเห็นได้ชัด
3. ใช้เทคนิคตัดตัวเลือก เมื่อคิดตรง ๆ ไม่ออก
เมื่อเจอข้อที่คิดไม่ออกทันที อย่าเสียเวลานั่งคิดวิธีหาคำตอบโดยตรง ลองใช้เทคนิคตัดตัวเลือกแทน ดูตัวเลือกทั้ง 4 ข้อ แล้วตัดข้อที่เป็นไปไม่ได้ออกไปก่อน
ตัวอย่างเช่น ถ้าโจทย์ถามหาพื้นที่ แล้วตัวเลือกมีค่าติดลบ ตัดออกได้เลยเพราะพื้นที่ไม่มีค่าติดลบ หรือถ้าโจทย์ให้บวกจำนวนเต็มบวกสองจำนวน คำตอบต้องมากกว่าตัวตั้ง ตัวเลือกไหนน้อยกว่าตัดออกได้
บ่อยครั้งที่ตัดได้ 2 ข้อ ก็เหลือแค่ 2 ตัวเลือกให้พิจารณา โอกาสตอบถูกเพิ่มจาก 25% เป็น 50% ทันที
4. ทำย้อนกลับจากคำตอบ ไม่จำเป็นต้องแก้สมการทุกข้อ
เทคนิคนี้ได้ผลดีกับข้อสอบแบบเลือกตอบ แทนที่จะแก้โจทย์ตั้งแต่ต้นจนจบ ลองเอาตัวเลือกมาแทนค่ากลับเข้าไปในโจทย์ ถ้าลงตัวก็คือคำตอบ
ตัวอย่างเช่น โจทย์ถามว่า “จำนวนใดที่เมื่อคูณ 3 แล้วบวก 7 จะได้ 25” แทนที่จะตั้งสมการ 3x + 7 = 25 แล้วแก้หา x ก็แค่ลองเอาตัวเลือกแต่ละตัวมาแทน ถ้าตัวเลือกคือ 6 ลองคำนวณ 3 คูณ 6 เท่ากับ 18 บวก 7 เท่ากับ 25 ใช่เลย
วิธีนี้เร็วกว่าการแก้สมการในหลายกรณี โดยเฉพาะเมื่อโจทย์ซับซ้อนแต่ตัวเลือกเป็นตัวเลขง่าย ๆ
5. วาดรูปทุกครั้งที่โจทย์เกี่ยวกับเรขาคณิตหรือสถานการณ์
เด็กหลายคนพยายามคิดในหัว โดยเฉพาะโจทย์ปัญหาที่เกี่ยวกับระยะทาง ความเร็ว พื้นที่ หรือเรขาคณิต ซึ่งเป็นวิธีที่ช้าและผิดพลาดง่าย
ใช้เวลาสัก 15-20 วินาทีวาดรูปประกอบ ไม่ต้องสวย แค่ให้เห็นภาพ วาดเส้นแทนระยะทาง วาดสี่เหลี่ยมแทนพื้นที่ ใส่ตัวเลขที่โจทย์ให้ลงไป พอเห็นเป็นรูปภาพ สมองจะเข้าใจปัญหาได้ชัดเจนขึ้นมาก
ข้อสอบเรื่องเศษส่วนก็เช่นกัน ถ้างง ลองวาดวงกลมแล้วแบ่งส่วน จะเห็นภาพชัดกว่าคิดจากตัวเลขอย่างเดียว
6. ตรวจคำตอบด้วยวิธีที่ต่างจากวิธีทำ
หลายคนตรวจคำตอบโดยทำซ้ำวิธีเดิม ซึ่งมักจะได้คำตอบเดิมเพราะถ้าคิดผิดตรงไหน ก็จะคิดผิดซ้ำตรงเดิม
วิธีที่ดีกว่าคือตรวจด้วยวิธีที่ต่างออกไป ถ้าทำโจทย์ด้วยการบวก ตรวจด้วยการลบ ถ้าหาค่า x ด้วยการแก้สมการ ตรวจด้วยการแทนค่ากลับ ถ้าหาพื้นที่ด้วยสูตร ลองประมาณค่าคร่าว ๆ ดูว่าสมเหตุสมผลหรือไม่
การตรวจด้วยวิธีต่างช่วยจับข้อผิดพลาดที่วิธีเดิมจับไม่ได้ ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 5-10 นาทีสุดท้ายสำหรับการตรวจคำตอบ
7. ข้อยากให้ข้ามไปก่อน อย่าติดอยู่กับข้อเดียว
กฎเหล็กของการสอบคือ ห้ามเสียเวลากับข้อเดียวมากเกินไป ถ้าอ่านโจทย์แล้วไม่มีไอเดียภายใน 30 วินาที ให้ข้ามไปทำข้อถัดไปทันที
เหตุผลมีสองข้อ ข้อแรก ทุกข้อมีคะแนนเท่ากัน ใช้เวลา 5 นาทีกับข้อยาก 1 ข้อ สู้เอาเวลาไปทำข้อง่าย 3-4 ข้อไม่ได้ ข้อที่สอง บ่อยครั้งที่พอไปทำข้อหลัง ๆ แล้วกลับมา จะคิดออกเองโดยไม่รู้ตัว เพราะสมองยังประมวลผลอยู่เบื้องหลัง
ทำเครื่องหมายไว้ที่ข้อที่ข้ามแล้วกลับมาทำทีหลัง อย่าปล่อยว่าง ถ้าไม่มีเวลาจริง ๆ ให้เดาตามหลักการที่จะพูดถึงในข้อ 8
8. เดาอย่างมีหลักการ ดีกว่าปล่อยว่าง
ถ้าข้อสอบไม่มีการหักคะแนนเมื่อตอบผิด จงตอบทุกข้อ อย่าปล่อยว่างเด็ดขาด เพราะการเดามีโอกาสถูก 25% แต่การปล่อยว่างมีโอกาส 0%
แต่การเดาก็มีวิธี อย่าเลือกมั่ว ๆ ให้ใช้เทคนิคตัดตัวเลือกจากข้อ 3 ก่อน ตัดข้อที่เป็นไปไม่ได้ออก แล้วค่อยเดาจากตัวเลือกที่เหลือ
เคล็ดลับอีกอย่างคือ ถ้าคำตอบเป็นตัวเลข ให้สังเกตว่าตัวเลือกส่วนใหญ่อยู่ในช่วงไหน คำตอบมักจะไม่ใช่ค่าที่สุดโต่ง ถ้าตัวเลือกคือ 2, 15, 18, 200 ค่า 200 มักเป็นตัวล่อ
อย่างไรก็ตาม ถ้าข้อสอบมีการหักคะแนนเมื่อตอบผิด ให้คำนวณความคุ้มค่าก่อน โดยทั่วไป ถ้าตัดตัวเลือกได้อย่างน้อย 1 ข้อ การเดาก็คุ้มที่จะลอง
9. ระวังกับดักที่พบบ่อยในข้อสอบคณิต ม.1
ข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.1 มีกับดักหลายรูปแบบที่ออกซ้ำแล้วซ้ำเล่า รู้ไว้ก่อนจะได้ไม่ตกหลุม
กับดักแรกคือหน่วย โจทย์อาจให้ข้อมูลเป็นเมตร แต่ถามเป็นเซนติเมตร หรือให้เป็นชั่วโมงแต่ถามเป็นนาที ถ้าไม่แปลงหน่วย คำนวณถูกก็ตอบผิดได้
กับดักที่สองคือเครื่องหมาย โจทย์เกี่ยวกับจำนวนเต็มลบเป็นจุดที่เด็กผิดบ่อย ลบคูณลบได้บวก ลบบวกลบได้ลบ ต้องระวังเป็นพิเศษ
กับดักที่สามคือโจทย์ที่ถามเชิงลบ เช่น “ข้อใดไม่ถูกต้อง” สมองเราชินกับการหาคำตอบที่ถูก พอเจอคำว่า “ไม่” ก็มักจะหลุด
กับดักที่สี่คือการอ่านกราฟหรือตาราง ข้อมูลในกราฟอาจมีจุดเริ่มต้นที่ไม่ใช่ 0 หรือมาตราส่วนบนแกนที่ไม่เท่ากัน ต้องดูให้ดีก่อนอ่านค่า
การฝึกทำข้อสอบเก่า ๆ บ่อย ๆ จะช่วยให้คุ้นเคยกับกับดักเหล่านี้และไม่ตกหลุมซ้ำ
10. ฝึกคิดเลขในหัวให้เร็ว ประหยัดเวลาได้มหาศาล
เทคนิคสุดท้ายที่จะทำให้ได้เปรียบในห้องสอบคือการคิดเลขในหัวได้เร็ว ไม่ได้หมายความว่าต้องคิดเลขหลักพันในหัวได้ แต่หมายถึงตัวเลขพื้นฐานที่เจอบ่อย
ฝึกให้คล่องเรื่องเหล่านี้ สูตรคูณ 1-12 ต้องตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องคิด กำลังสองของ 1-15 ควรจำได้ เศษส่วนง่าย ๆ เช่น 1/4 เท่ากับ 0.25 หรือ 3/8 เท่ากับ 0.375 ควรนึกออกเลย
เทคนิคการคิดเลขเร็วที่มีประโยชน์ เช่น การคูณด้วย 5 ให้คูณ 10 แล้วหาร 2 การคูณด้วย 9 ให้คูณ 10 แล้วลบตัวมันเอง การหาร 25% ให้หาร 4 เทคนิคเหล่านี้ช่วยประหยัดเวลาได้ข้อละ 10-20 วินาที รวมทั้งข้อสอบอาจประหยัดได้หลายนาที
วิธีฝึกที่ดีคือเล่นเกมคณิตศาสตร์ หรือตั้งโจทย์คิดเลขในหัวระหว่างเดินทาง เช่น เห็นป้ายทะเบียนรถก็ลองบวก ลบ คูณ หาร ตัวเลขเล่น
สรุป — เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีเทคนิคด้วย
ความรู้คณิตศาสตร์เป็นเรื่องจำเป็น แต่เทคนิคในการทำข้อสอบก็สำคัญไม่แพ้กัน เด็กที่มีทั้งความรู้และเทคนิคจะได้เปรียบอย่างชัดเจนในสนามสอบ ลองนำ 10 วิธีนี้ไปฝึกใช้ตั้งแต่วันนี้ เริ่มจากข้อที่ทำได้ง่ายก่อน แล้วค่อย ๆ เพิ่มทีละเทคนิค
ที่สำคัญ เทคนิคเหล่านี้ต้องฝึกใช้กับข้อสอบจริง ไม่ใช่แค่อ่านแล้วจำ ลองฝึกทำ ข้อสอบคณิตศาสตร์เข้า ม.1 พร้อมจับเวลาจริง แล้วจะเห็นว่าเทคนิคไหนได้ผลกับตัวเองมากที่สุด
ดูข้อสอบเข้า ม.1 เพิ่มเติมทุกวิชาได้ที่ รวมข้อสอบเข้า ม.1 ฝึกทำบ่อย ๆ จนคุ้นเคย แล้วในวันสอบจริง คุณจะมั่นใจและพร้อมมากกว่าที่คิด