สอบเข้า ม.1 ฟรี

ตัวอย่างข้อสอบภาษาไทยเข้า ม.1 — 10 ข้อ พร้อมเฉลยละเอียด

ฝึกทำข้อสอบภาษาไทยเข้า ม.1 โรงเรียนชั้นนำ 10 ข้อ พร้อมเฉลยละเอียด หลักภาษา การอ่าน วรรณคดี สำนวนไทย

วิชา: ภาษาไทย
จำนวน: 10 ข้อ
ระดับ: ปานกลาง

ตัวอย่างข้อสอบภาษาไทยเข้า ม.1 — 10 ข้อ พร้อมเฉลยละเอียด

ชุดข้อสอบนี้จำลองรูปแบบข้อสอบภาษาไทยที่ใช้สอบเข้าโรงเรียนชั้นนำระดับ ม.1 ครอบคลุมเนื้อหาตั้งแต่หลักภาษา การอ่านจับใจความ สำนวนสุภาษิต คำศัพท์ และวรรณคดี เหมาะสำหรับน้อง ป.6 ที่กำลังเตรียมตัวสอบ

แนะนำให้ลองทำด้วยตัวเองก่อน จับเวลาข้อละประมาณ 1 นาที แล้วค่อยดูเฉลยทีหลังนะ


Part 1: หลักภาษา (ข้อ 1-3)

ข้อ 1 — ชนิดของคำ

คำที่ขีดเส้นใต้ในประโยค “เขา วิ่ง อย่างรวดเร็วไปตามถนนสายนั้น” ทำหน้าที่เป็นคำชนิดใด

ก) คำนาม ข) คำกริยา ค) คำวิเศษณ์ ง) คำบุพบท

เฉลย: ข) คำกริยา

วิธีคิด: คำว่า “วิ่ง” ในประโยคนี้เป็นคำที่แสดงการกระทำของประธาน “เขา” จึงเป็นคำกริยา (Verb) ไม่ใช่คำนาม เพราะไม่ได้ใช้เป็นชื่อของสิ่งใด เช่น “การวิ่งเป็นกีฬาที่ดี” (กรณีนี้ “การวิ่ง” จึงจะเป็นคำนาม) วิธีสังเกตง่ายๆ คือ ถ้าคำนั้นบอกว่าประธาน “ทำอะไร” ก็เป็นคำกริยา ถ้าบอกว่า “ทำอย่างไร” ก็เป็นคำวิเศษณ์


ข้อ 2 — ประเภทของประโยค

ประโยคใดต่อไปนี้เป็นประโยคความรวม

ก) แม่ทำกับข้าวอร่อยมาก ข) พ่อไปทำงานแต่เช้า ค) ฝนตกหนักแต่รถไม่ติด ง) เด็กที่ใส่เสื้อแดงเป็นเพื่อนฉัน

เฉลย: ค) ฝนตกหนักแต่รถไม่ติด

วิธีคิด: ประโยคความรวมคือประโยคที่มีใจความสำคัญตั้งแต่ 2 ใจความขึ้นไป เชื่อมด้วยสันธาน (คำเชื่อม) เช่น และ, แต่, หรือ, จึง ในตัวเลือก ค) มี 2 ใจความ คือ “ฝนตกหนัก” กับ “รถไม่ติด” เชื่อมด้วยคำว่า “แต่” ส่วน ก) และ ข) เป็นประโยคความเดียว (มีใจความเดียว) และ ง) เป็นประโยคความซ้อน เพราะมีอนุประโยค “ที่ใส่เสื้อแดง” ขยายคำว่า “เด็ก”


ข้อ 3 — การสะกดคำ

คำในข้อใดสะกดถูกต้องทุกคำ

ก) บิดเบือน / อนุญาติ / สัปดาห์ ข) บิดเบือน / อนุญาต / สัปดาห์ ค) บิดเบือน / อนุญาต / สับดาห์ ง) บิตเบือน / อนุญาติ / สัปดาห์

เฉลย: ข) บิดเบือน / อนุญาต / สัปดาห์

วิธีคิด: ต้องพิจารณาทีละคำ “บิดเบือน” สะกดด้วย ด เพราะมาจาก “บิด” (หมุน เบี้ยว) “อนุญาต” สะกดไม่มี ิ ที่ ต เพราะมาจากภาษาบาลีสันสกฤต “อนุ + ญาต” ไม่ใช่ “ญาติ” (ซึ่งแปลว่าเครือญาติ คนละคำกัน) “สัปดาห์” สะกดด้วย ป ไม่ใช่ บ คำเหล่านี้เป็นคำที่มักสะกดผิดบ่อย ควรจดจำไว้ให้ดี


Part 2: การอ่านจับใจความ (ข้อ 4-5)

อ่านบทความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ 4-5

ปะการังเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลอย่างมาก แนวปะการังเป็นแหล่งอาหารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหลายพันชนิด นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันชายฝั่งจากคลื่นลมแรง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันแนวปะการังทั่วโลกกำลังเสื่อมโทรมอย่างรวดเร็ว สาเหตุหลักมาจากอุณหภูมิของน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน ทำให้เกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว นอกจากนี้มลพิษจากขยะพลาสติกและน้ำเสียจากชุมชนก็ส่งผลกระทบต่อแนวปะการังเช่นกัน นักวิทยาศาสตร์ประมาณการว่าหากไม่มีการดำเนินการแก้ไข แนวปะการังกว่าร้อยละ 90 อาจสูญหายไปภายในปี พ.ศ. 2593

ข้อ 4

ใจความสำคัญของบทความนี้คืออะไร

ก) ปะการังเป็นสิ่งมีชีวิตที่สวยงามที่สุดในทะเล ข) แนวปะการังมีความสำคัญแต่กำลังเสื่อมโทรมจากหลายสาเหตุ ค) ภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ร้ายแรงที่สุด ง) นักวิทยาศาสตร์สามารถแก้ปัญหาปะการังฟอกขาวได้สำเร็จ

เฉลย: ข) แนวปะการังมีความสำคัญแต่กำลังเสื่อมโทรมจากหลายสาเหตุ

วิธีคิด: บทความพูดถึง 2 ประเด็นหลัก คือ ความสำคัญของแนวปะการัง และปัญหาความเสื่อมโทรมพร้อมสาเหตุ ตัวเลือก ข) ครอบคลุมทั้งสองประเด็น ตัวเลือก ก) พูดถึงความสวยงามซึ่งบทความไม่ได้กล่าวถึง ตัวเลือก ค) กว้างเกินไป ไม่ตรงกับใจความของบทความ และ ง) ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงในบทความ เทคนิคการหาใจความสำคัญ คือ ให้ถามตัวเองว่า “บทความนี้พูดถึงอะไรเป็นหลัก” ถ้าสรุปได้เป็นประโยคเดียว นั่นคือใจความสำคัญ


ข้อ 5

จากบทความ ข้อใดไม่ใช่สาเหตุของความเสื่อมโทรมของแนวปะการัง

ก) อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น ข) ขยะพลาสติก ค) น้ำเสียจากชุมชน ง) การจับปลามากเกินไป

เฉลย: ง) การจับปลามากเกินไป

วิธีคิด: บทความระบุสาเหตุ 3 ประการ คือ อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น (ก) มลพิษจากขยะพลาสติก (ข) และน้ำเสียจากชุมชน (ค) ส่วน “การจับปลามากเกินไป” ไม่ได้กล่าวถึงในบทความ ข้อนี้ถามว่า “ไม่ใช่” จึงต้องอ่านโจทย์ให้ดี อย่าตอบเร็วจนพลาดคำว่า “ไม่” นะ


Part 3: สำนวนสุภาษิต (ข้อ 6-7)

ข้อ 6

สำนวน “น้ำขึ้นให้รีบตัก” มีความหมายตรงกับข้อใด

ก) ให้รู้จักประหยัดน้ำ ข) เมื่อมีโอกาสดีควรรีบคว้าไว้ ค) ให้ทำงานแข่งกับเวลา ง) อย่าผัดวันประกันพรุ่งในการทำงานบ้าน

เฉลย: ข) เมื่อมีโอกาสดีควรรีบคว้าไว้

วิธีคิด: สำนวน “น้ำขึ้นให้รีบตัก” มาจากวิถีชีวิตคนไทยสมัยก่อนที่ใช้น้ำจากแม่น้ำลำคลอง เมื่อน้ำขึ้นสูง น้ำจะสะอาด จึงต้องรีบตักไว้ใช้ เปรียบเปรยว่าเมื่อมีโอกาสดีมาถึง ควรรีบฉวยโอกาสนั้นไว้ ไม่ใช่การประหยัดน้ำตามตัวอักษร ตัวเลือก ค) ใกล้เคียงแต่ไม่ตรง เพราะสำนวนนี้เน้นที่ “โอกาส” ไม่ใช่ “ความเร็ว”


ข้อ 7

สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้สำนวน “ขิงก็ราข่าก็แรง”

ก) พี่น้องสองคนช่วยกันทำงานบ้าน ข) นักเรียนสองคนแข่งกันตอบคำถามในห้องเรียน ค) คนสองคนทะเลาะกันอย่างรุนแรงไม่มีใครยอมใคร ง) เพื่อนสองคนเถียงกันเล่นเรื่องไม่สำคัญ

เฉลย: ค) คนสองคนทะเลาะกันอย่างรุนแรงไม่มีใครยอมใคร

วิธีคิด: “ขิงก็ราข่าก็แรง” หมายถึง คนทั้งสองฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ต่างมีความแข็งกร้าวเท่าเทียมกัน ขิงและข่าต่างก็มีรสเผ็ดร้อน เปรียบเปรยว่าทั้งสองฝ่ายดุเดือดพอกัน ตัวเลือก ค) ตรงที่สุดเพราะ “ทะเลาะอย่างรุนแรง ไม่มีใครยอมใคร” ส่วน ข) เป็นการแข่งขันที่ไม่ได้มีความขัดแย้งรุนแรง และ ง) เป็นเรื่องเล็กน้อย ไม่เข้ากับน้ำหนักของสำนวน


Part 4: คำศัพท์ (ข้อ 8)

ข้อ 8

คำว่า “พิสูจน์” มีความหมายตรงกับข้อใด

ก) ค้นหาความจริง ข) ทดลองทำสิ่งใหม่ ค) แสดงหลักฐานยืนยันว่าเป็นจริง ง) ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร

เฉลย: ค) แสดงหลักฐานยืนยันว่าเป็นจริง

วิธีคิด: “พิสูจน์” หมายถึง การแสดงหลักฐานหรือเหตุผลเพื่อยืนยันว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นจริง ตัวเลือก ก) “ค้นหาความจริง” ใกล้เคียงแต่ไม่ตรง เพราะการค้นหาไม่ได้หมายความว่ายืนยันแล้ว ตัวเลือก ข) เป็นการทดลอง ไม่ใช่การพิสูจน์ และ ง) เป็นการตรวจสอบเอกสารโดยเฉพาะ แคบเกินไป


Part 5: วรรณคดี (ข้อ 9-10)

ข้อ 9

ตัวละคร “ขุนแผน” ปรากฏในวรรณคดีเรื่องใด

ก) รามเกียรติ์ ข) พระอภัยมณี ค) ขุนช้างขุนแผน ง) อิเหนา

เฉลย: ค) ขุนช้างขุนแผน

วิธีคิด: ขุนแผนเป็นตัวละครเอกในวรรณคดีเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” ซึ่งเป็นวรรณคดีประเภทกลอนเสภา เล่าเรื่องราวความรักสามเส้าระหว่างขุนช้าง ขุนแผน และนางพิม (วันทอง) ส่วนรามเกียรติ์มีตัวเอกคือพระราม พระอภัยมณีมีตัวเอกคือพระอภัยมณี และอิเหนามีตัวเอกคือ อิเหนา การจำวรรณคดีไทยให้จับคู่ชื่อเรื่องกับตัวละครเอกไว้จะช่วยตอบได้เร็ว


ข้อ 10

ข้อใดเป็นลักษณะของ “กลอนสุภาพ” (กลอนแปด)

ก) บทหนึ่งมี 2 บาท บาทละ 2 วรรค วรรคละ 6-9 คำ ข) บทหนึ่งมี 4 บาท บาทละ 1 วรรค วรรคละ 5 คำ ค) บทหนึ่งมี 2 บาท บาทละ 2 วรรค รวมบาทละประมาณ 8 คำ ง) บทหนึ่งมี 4 วรรค วรรคละ 8 คำเท่ากันทุกวรรค

เฉลย: ก) บทหนึ่งมี 2 บาท บาทละ 2 วรรค วรรคละ 6-9 คำ

วิธีคิด: กลอนสุภาพ (กลอนแปด) มีลักษณะดังนี้ 1 บทมี 2 บาท (บาทเอกและบาทโท) แต่ละบาทมี 2 วรรค (วรรคหน้าและวรรคหลัง) แต่ละวรรคมีคำประมาณ 6-9 คำ โดยนิยมวรรคละ 8 คำ จึงเรียกว่า “กลอนแปด” มีกฎการสัมผัส คือ คำสุดท้ายของวรรคหน้า (วรรคสลับ) ต้องสัมผัสกับคำที่ 3 หรือ 5 ของวรรคหลัง (วรรครับ) ข้อนี้ต้องจำโครงสร้างฉันทลักษณ์ไทยให้แม่น


ตารางสรุปคะแนน

คะแนนระดับความหมาย
9-10ดีเยี่ยมพร้อมสอบ มีพื้นฐานภาษาไทยแข็งแรงมาก
7-8ดีพื้นฐานดี เสริมอีกนิดก็พร้อมสอบ
5-6ปานกลางควรทบทวนเรื่องหลักภาษาและสำนวนเพิ่มเติม
3-4ต้องปรับปรุงต้องเสริมหลายจุด ทั้งหลักภาษาและวรรณคดี
0-2ต้องเร่งพัฒนาแนะนำให้ทบทวนพื้นฐานภาษาไทย ป.4-6 ใหม่

ทำข้อสอบเสร็จแล้ว ทำอะไรต่อดี

อยากฝึกเพิ่มก็ตามไปได้เลยที่ รวมข้อสอบเข้า ม.1 ทุกวิชา หรือถ้าอยากวางแผนเตรียมตัวอย่างเป็นระบบ ลองอ่าน คู่มือเตรียมสอบเข้า ม.1

วิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่หลายคนมองข้าม แต่จริงๆ แล้วเป็นวิชาที่ทำคะแนนได้ง่ายถ้าเตรียมตัวมาดี ขอให้ตั้งใจฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอนะ

ต้องการข้อสอบเพิ่มเติม?

สั่งซื้อชุดข้อสอบเต็มพร้อมเฉลยละเอียด เตรียมพร้อมก่อนวันสอบจริง

ดูชุดข้อสอบทั้งหมด